ScarAndAcne.com

ScarAndAcne.com
รอยแผลเป็นและสิว ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้และรีวิวการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ส่วนผสมธรรมชาติ

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

เรื่องการรักษาแผลสิว หลุมสิว จุดด่างดำกับ Mederma เจลทาแผลเป็นจากเยอรมันนี

เรื่องการรักษาแผลสิว หลุมสิว จุดด่างดำกับ Mederma เจลทาแผลเป็นจากเยอรมันนี
ข้อมูลจาก: http://acnedefend.blogspot.com/ 
หลังจากที่ได้ทดลองใช้ "เจลทาแผลเป็น Mederma" มาได้สักระยะหนึ่งผมก็คิดว่าถึงเวลาที่จะเขียนถึงเจ้าผลิตภัณฑ์รักษาแผลเป็นตัวนี้บ้างแล้ว ถ้าใครอ่านบทความของAcnedefend มาตลอดก็คงจะรู้ว่าผมซึ่งเป็นคนเขียนบทความจะมีปัญหาเกี่ยวกับรอยสิว หลุมสิวอยู่ ถึงแม้ว่าสิวจะหายไปแล้ว แต่ปัญหาที่ว่ามันก็ไม่ได้หายตามไปด้วย ดังนั้นผมก็เลยพยายามสรรหาพวกครีมลดรอยสิว ลดจุดด่างดำหลากหลายยี่ห้อมาลองใช้ดู ลองมาตั้งแต่ KA cream , Smooth E cream, Scargel , Hiruscar Postacne , Clinascar gel จนมาถึงตัวล่าสุดก็คือ Mederma ซึ่งได้รับการแนะนำมาจากน้องที่น่ารักคนหนึ่งใน Facebook
Mederma ครีมรักษารอยแผลเป็นจากสิว
หลังจากที่ผมใช้ Clinascar gel หมดไป 2 หลอด ผมก็ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ Mederma ทันที จริงก่อนใช้ผมก็ได้ไปลองหาข้อมูลมาคร่าวๆว่าเจ้า Mederma มันคืออะไร มีสรรพคุณอะไร ซึ่งจากที่อ่านมาคร่าวในตอนนั้นผมก็รู้สึกว่ามันเป็นครีมรักษารอยแผลเป็นที่น่าใช้มากๆตัวหนึ่ง ไปดูรูปของฝรั่งที่เค้า Review เกี่ยวกับการรักษาแผลเป็นมาแบบว่าแผลเป็นใหญ่ๆบนหน้าที่เกิดจากอุบัติเหตุนี่หายไปเยอะเลยหลังจากที่ใช้ Mederma ตอนนั้นก็เลยรู้สึกว่ามันน่าใช้มากๆ แต่ก็ยังแอบคิดในใจอยู่ว่าเราเป็นแผลสิว หลุมสิวมันจะเหมือนกับแผลเป็นพวกนั้นหรือเปล่านะ แต่ก็เอาเถอะลองใช้ดูก่อน ส่วนเรื่องแพ้ไม่ค่อยกังวลเท่าไรเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหน้าหนาอยู่แล้ว
วิธีการใช้ Mederma ของผม
ขอเขียนถึงครีมที่ผมใช้อยู่ตอนที่ทดลองใช้ Mederma อยู่ด้วยก็แล้วกันครับ ทุกคนจะได้เห็นภาพตามไปด้วย ผมใช้ Benzac AC 2.5% และ แป้งน้ำศิริราช แต้มเฉพาะที่หัวสิวที่อักเสบ เช้า-เย็น ถ้าไม่มีสิวอักเสบก็ไม่แต้ม จากนั้นก็จะทาเจลว่านหางจระเข้ Aloegel ขององค์การเภสัชตามลงไป ใช้แทนมอยเจอไรเซอร์ไปเลย จากนั้นก็จะทา Mederma ตรงบริเวณที่เป็นหลุมสิว หรือแผลเป็นจากสิว แต่ตอนหลังผมเปลี่ยนใหม่ จากที่ทา Aloegel ก่อนก็เปลี่ยนมาเป็นทา Mederma ก่อน เหตุผลที่เปลี่ยนลำดับการทาก็เพราะว่า ถ้าทา Aloegel ก่อน พอเราทา Mederma ตามลงไป หน้ามันจะเป็นขุยๆ เป็นคราบๆ เหมือน Mederma มันไปทำให้ Aloegel ที่เราทาลงไปก่อนหน้านั้นมันลอกออกมา พอหลังจากเปลี่ยนอาการที่ว่าก็หายไป
ความรู้สึกหลังจากใช้ Mederma
ถ้าถามถึงความรู้สึกในการใช้ Mederma เปรียบเทียบกับครีมลดรอยแผลเป็นตัวอื่นๆต้องบอกเลยว่ารู้สึกแตกต่างอย่างชัดเจน อันดับแรกคือความรู้สึกตอนทาลงผิวหน้ามันจะรู้สึกแสบตา คาดว่าคงเป็นผลมาจากแอลกอฮอร์ที่ผสมอยู่ภายใน ส่วนเนื้อเจลนั้นซึมเร็วมาก ทาไปถูสัก 2 ทีก็ซึมเข้าผิวไปแล้ว นี่ก็คงเพราะแอลกอฮอร์อีกเช่นกัน ทาไปประมาณ 1 สัปดาห์ รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกจากการทาครีมลดรอยสิวตัวอื่นๆคือ เวลาตื่นนอนใหม่ๆผมก็จะล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า 1 ครั้ง ก่อนที่จะตามด้วยโฟมล้างหน้า ไอ้ตอนที่ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่านี่แหละพอมือโดนน้ำแล้วไปสัมผัสหน้า มันมีความรู้สึกว่าหน้ามันนุ่ม มันลื่นขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งผมคิดว่าผมไม่ได้คิดเข้าข้าง Mederma แน่ๆ มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ในใจตอนนั้นคิดเลยว่ามันอาจจะดีอย่างที่เค้าบอกไว้จริงๆก็ได้นะเนี่ย ค่อยรู้สึกคุ้มกับราคาค่าตัวหน่อย เพราะต้องบอกเลยว่า Mederma นั้นค่อนข้างเป็นครีมที่มีราคาสูง หลอดขนาด 10g ราคาข้างกล่อง 450 บาท
เรื่องที่อยากแนะนำหากใครคิดจะใช้ Mederma
ในความคิดผมก่อนที่เราจะใช้ Mederma ทาเพื่อรักษารอยสิวหรือหลุมสิวของเรานั้น เราควรหามอยเจอไรเซอร์ดีๆมาทาเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวควบคู่กันไปด้วย เพราะผมรู้สึกว่าถ้าเราทาแต่ Mederma อย่างดียวมันจะทำให้ผิวหน้าเราแห้งเกินไป จะเรียกว่าทำให้หน้าลอกเลยก็ได้ ผมก็เลยคิดว่าบางทีเจ้า Mederma นี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับคนผิวแห้งสักเท่าไร แล้วก็อย่างที่บอกว่ามันมีแอลกอฮอร์ผสมอยู่ด้วย ก็อาจไม่เหมาะกับคนที่แพ้แอกอฮอร์หรือคนที่แพ้ง่ายสักเท่าไร ส่วนผมหน้ามันและทนใช้ได้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
มาดูส่วนผสมคร่าวๆของ Mederma กัน
ผมอยากให้ลองดูส่วนผสมของ Mederma กันก่อนที่จะใช้ เผื่อจะมีส่วนช่วยในเรื่องการตัดสินใจใช้ได้บ้าง
ส่วนผสมข้างกล่อง
Cepalin 10%
Allantoin 1%
Aqua
PEG-200
Xantham Gum
Parfum
Methylparaben
Sorbic acid
หากให้พูดถึงทุกตัวอย่างละเอียดก็คงจะไม่ไหว เอาเป็นว่าขอพูดถึงส่วนผสมหลักที่มีผลต่อการรักษาแผลสิวของเราก็แล้วกันนั่นก็คือ Cepalin กับ Allantoin ซึ่งความจริงแล้วเป็นส่วนผสมที่นิยมใส่ในครีมรักษาแผลเป็นอยู่แล้ว
Cepalin
Cepalin คือ สารสกัดจากหัวหอม หรือ Allium cepa ซึ่งก็เหมือนกับที่ผสมอยู่ใน Hiruscar , Scagel ,Clinascar gel หรือในครีมลบรอยสิวทั่วไป ลองไปอ่านดูข้างกล่องได้ แต่ Cepalin เป็นสารสกัดจากหัวหอมที่แตกต่างออกไป เพราะทาง Mederma เอง ได้จดสิทธิบัตรการคิดค้นสารสกัดจากหัวหอมที่แตกต่างจากแบบทั่วไปเอาไว้โดยใช้ชื่อว่า Cepalin ซึ่งเค้าบอกไว้ว่ามันเป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการใช้รักษารอยแผลเป็นอย่างมาก
สรรพคุณของ Cepalin
ช่วยยับยั้งการอักเสบของแผล
ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ช่วยลดการสร้างเนื้อเยื่อส่วนเกินของแผลเป็น
ช่วยกระตุ้นการสมานแผล
ช่วยปรับสภาพผิวให้สม่ำเสมอ
Allantoin
สรรพคุณ
ช่วยเพิ่มการดูดซึมของ Cepalin
ช่วยทำให้ผิวบริเวณที่ทาชุ่มชื้น ทำให้แผลอ่อนนุ่มลง
ช่วยลดอาการคัน
ช่วยกระตุ้นการสมานแผล
ส่วนผสมอื่นๆก็จะเป็นพวกสารกันบูดและส่วนผสมที่ทำให้เกิดเนื้อเจลครับ ก็ลองเอามาให้อ่านกันเผื่อใครสนใจ
สรุปความพึงพอใจในการใช้ Mederma
ผมค่อนข้างพอใจกับเจลรักษาแผลเป็น Mederma หลอดนี้นะ ผมว่ามันเหมาะกับคนผิวมันอย่างผมดี เพราะทาแล้วหน้าไม่มัน กลับจะแห้งไปด้วยซ้ำ แต่ผมก็ทา Aloegel ควบคู่ไปด้วย ก็เลยไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา ก็คิดว่าจะลองใช้อย่างต่อเนื่องดู เพราะจากที่ค้นข้อมูลมาต้องใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือนสำหรับคนเป็นแผลเป็นรุนแรงอย่างเช่น แผลคีลอยด์ หลุมสิว ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับแผลพวกนี้มันหายยากอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่เป็นรอยสิวเล็กๆน้อย 1-2 เดือนก็คงจะหายครับ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ใครที่มีปัญหาเรื่องแผลเป็นจากสิว แผลคีลอยด์ หลุมสิว ลองใช้ดูได้ครับ วันนี้เขียนมาเยอะแล้วก็สมควรจบสักที หวังว่าบทความ Mederma นี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกคนนะครับ ^^
ขอขอบคุณข้อมูล Mederma จากhttp://www.bloggang.com/viewblog.php… ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
------------------
# เมื่อเกิดมีบาดแผลขึ้นที่ผิวหนัง ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุ หรือร่องรอยสิว แผลผ่าตัด ฯลฯ ร่างกายจะมีการสมานบาดแผลตามธรรมชาติโดยเกิดขึ้นเป็นขั้นตอนดังนี้ ตั้งแต่การแข็งตัวของเลือด> การเกิดการอักเสบ> การสร้างคอลลาเจน>การสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทดแทน > การสร้างหนังกำพร้า> และสุดท้ายก็คือการปรับสภาพของเซลล์ผิวหนังให้เข้าสู่สมดุล ถ้าเกิดการผิดปกติในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ก็จะเกิด รอยแผลเป็นลักษณะต่างๆ ขึ้นมาได้
# แผลเป็นรอยนูน เป็นขบวนการสมานแผลที่เกิดขึ้นระหว่างหรือภายหลังจากการสมานแผล มีการสร้างคอลลาเจน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจำนวนมากกว่าปกติ แล้วขยายออกคล้ายก้ามปู มีความตึงตัวที่แผลสูง มักจะเกิดเป็นคีลอยด์ตามมาได้บ่อย โดยพบว่าในบริเวณแผลเป็นนูน จะมีปริมาณน้ำในเซลล์น้อยกว่าในเนื้อเยี่อปกติจึงมักจะมีความยืดหยุ่น ความนุ่มไม่สมบูรณ์เท่าเนื่อเยื่อปกติ
# Mederma เป็นเจลทาป้องกันและรักษาแผลเป็นนูนตัวใหม่ ที่เริ่มมีการใช้แพร่หลายในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริการ โดยมีรายงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงผลการรักษาของเจลรักษาแผลเป็นตัวนี้ เนื้อเจลประกอบด้วยตัวยาสำคัญสองชนิดคือ สารสกัดจากหัวหอมที่ชื่อว่า Cepalin และสาร Allantoin และที่สำคัญก็คือ ผลิตภัณฑ์รักษาแผลเป็นนูนแบบทา ตัวนี้ได้เริ่มมีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ในช่วงเดือน กย. 45 ที่ผ่านมา ลองมาทำความรู้จักกับยาตัวนี้กันหน่อยนะครับ
# กลไกการออกฤทธิ์ของเจล Mederma พบว่ามีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ 2 ชนิด ดังนี้
1. Cepalin : มีสรรพคุณดังนี้
1.1 ยับยั้งขบวนการอักเสบของแผล คล้ายครีมทาสเตียรอยด์
1.2 ลดการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็น
1.3 กระตุ้นการสมานแผล
1.4 ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่แทรกซ้อนได้
1.5 ส่งเสริมการปรับสภาพผิว
1.6 ยับยั้งการสร้างเซลล์ Fibroblast และชะลอการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ( Connective tissues) ในชั้นหนังแท้
2. Allantoin : มีสรรพคุณดังนี้
2.1 เพิ่มการดูดซึมของ Cephalin ให้ดีขึ้น
2.2 ให้ความชุ่มชื้นกับแผลเป็น ทำให้แผลเป็นนูน นุ่มขึ้น
2.3 บรรเทาอาการคัน เพื่อป้องกันมิให้แผลเป็นนูนขยายมากขึ้น
2.4 กระตุ้นการสมานแผล
2.5 กระตุ้นการสร้างผิวหนัง
# เจล Mederma ได้มีการทดลองวิจัยในการนำมารักษารอยแผลเป็นนูน และคีลอยด์ ในหลายๆ ประเทศ ทำให้บทบาทการรักษาแผลเป็นรอยนูนได้ผลมากขึ้นเมื่อใช้ทารักษาควบคู่กับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ดังนั้นจะยก ตัวอย่างงานวิจัยที่รับรองผล
1. งานวิจัยที่ประเทศโปแลนด์: Chadzynska และ Jabloska แพทย์ผิวหนังชาวโปแลนด์ ได้ทำการศึกษาโดยผลการใช้ Mederma ในแผลคีลอยด์จากแผลไฟใหม้ พบว่า Mederma ให้ผลการรักษาที่ดีอย่างมีนัยสำคัญทำให้คีลอยด์มีขนาดเล็กลงและแบนราบลงในผู้ป่วยมากกว่า 50% ลักษณะแผลเป็นนูนมีความนุ่มมากขึ้น สีของแผลดีขึ้น แต่ก็พบว่ามีอัตราการไม่ได้ผลจากการทายาประมาณ 10%
2. งานวิจัยที่ประเทศเยอรมัน: Maragakis แพทย์ผิวหนังชาวเยอรมัน ได้ทดลองนำมารักษาคนไข้เด็กหลังผ่าตัดช่องอก 65 คน เพื่อป้องกันแผลเป็นพบว่าได้ผลดีมากถึง 52% เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอกที่ 32% โดนพบว่ากลุ่มที่ใช้ Mederma มีลักษณะแผลที่ดีกว่าและมีขนาดเล็กกว่ากลุ่มเปรียบเทียบที่ใช้ยาหลอก
3. งานวิจัยที่ประเทศเยอรมัน: Willital แพทย์ผิวหนังชาวเยอรมัน และคณะ ได้ทำการศึกษาแบบเดียวกันกับ Maragakis แต่ให้ทายาเร็วขึ้น คือภายใน 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด พบว่ากลุ่มที่ทาด้วยยา Mederma บาดแผลจะกว้างเพียง 1 มม.(โดยเฉลี่ย) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบที่มีบาดแผลกว้างถึง 4 มม.(โดยเฉลี่ย)
4. งานวิจัยที่ประเทศฟิลิปปินส์ : Prof. Navarro ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวฟิลิปินส์ ได้ทดลองทาแผลเป็นนูน คีลอยด์ ในผู้ป่วย 81 คน พบว่าหลังการใช้ทายา 6 เดือน แผลเป็นนูนมีลักษณะดีขึ้น ราบลง สีผิวดีขึ้น ถึง 43 ราย
ข้อบ่งชี้-วิธีใช้-ระยะเวลาในการใช้เจลทา Mederma
# สำหรับแผลเป็นใหม่ที่เกิดขึ้นไม่เกิน 1 ปี: ใช้ทายาแล้วนวดเบาๆ บริเวณแผลเป็น วันละ 2-4 ครั้ง ใช้เวลาในการรักษา 3-8 เดือน
# สำหรับแผลเกิดขึ้นมานานหรือแผลนูนแข็งเป็นดาน คีลอยด์: ใช้ทายาแล้วนวดแรงๆ บริเวณแผลเป็น วันละ 3-4 ครั้ง ใช้เวลาในการรักษา 8-12 เดือน
# สำหรับป้องกันแผลเป็นหลังผ่าตัด : ใช้ทายาหลังผ่าตัดภายใน 1-2 สัปดาห์ ใช้ทายาแล้วนวดเบาๆ บริเวณรอยผ่าตัด วันละ 2-4 ครั้ง ใช้เวลาในการรักษา 2-6 เดือน
# ข้อห้ามใช้และผลข้างเคียงของเจลทา Mederma
1. ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติการแพ้สาร Paraben
2. อาจจะมีอาการคันได้บริเวณที่ทายา ใน 2-3 วันแรก โดยเชื่อว่าเกิดจากยาได้ทำปฏิกริยากับเนื้อเยื่อของแผลเป็น และมักจะหายได้เอง ภายใน 5-8 วันหลังทายา ถ้าคันมากอาจจะต้องหยุดทายาและเริ่มทาใหม่อีก 2 สัปดาห์ต่อมา
3. อาจจะมีอาการแพ้ได้แบบผื่นแพ้สัมผัส ถ้าเกิดอาการคันมากอีก หลังเริ่มทายาใหม่ จึงควรหยุดยาโดยเด็ดขาด
ข้อมูลจาก: http://acnedefend.blogspot.com/
------------------------------------------------------------------
หากท่านต้องการสั่งซื้อในราคาพิเศษสุด คลิกที่นี่เลยครับ>>
http://www.vitamin24hr.com/…/mederma-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%…

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น