ScarAndAcne.com

ScarAndAcne.com
รอยแผลเป็นและสิว ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้และรีวิวการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ส่วนผสมธรรมชาติ

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

5 เรื่องน่ารู้ของ Benzac ยาทาก่อนล้างหน้าลดสิวอุดตันและสิวอักเสบยอดนิยม

     และแล้วก็มาถึงยาทารักษาสิวอุดตันตัวโปรดของผม "Benzac AC" เป็นยารักษาสิวที่ส่วนตัวแล้วชอบมากๆ คือผมรู้สึกว่ามันช่วยลดการอุดตันของผิวได้ดี ช่วยลดการเกิดสิวอุดตันที่มองเห็นและมองไม่เห็น รวมไปถึงลดการเกิดสิวใหม่ในวันข้างหน้าได้อีกด้วย อันนี้พูดจากประสบการณ์ที่ได้ใช้ Benzac มา ทีนี้เรามาทำความรู้จักกับยาละลายสิวอุดตัน Benzac ให้มากขึ้นผ่านบทความ "5 เรื่องน่ารู้ของ Benzac" กันดีกว่า มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง


5 เรื่องน่ารู้ของ Benzac ยาทาก่อนล้างหน้าลดสิวอุดตันและสิวอักเสบยอดนิยม

1. เป็นทั้งยาทาก่อนล้างหน้าและยาแต้มสิวไปในตัว


     ส่วนใหญ่เราจะรู้จัก Benzac AC ว่าเป็นยาที่ใช้ทาก่อนล้างหน้า คือทาทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วค่อยล้างออกด้วยการล้างหน้าตามปกติ ซึ่งนอกจากจะเป็นยาทาลดสิวอุดตันก่อนล้างหน้าแล้ว Benzac AC ยังสามารถใช้แต้มสิวอักเสบได้ด้วย ช่วยลดการอักเสบของสิวทำให้สิวยุบลงได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เผลอๆใช้ดีกว่ายาแต้มสิวอักเสบทั่วไปอีกนะ เรื่องนี้ผม confirm เลยเพราะผมก็ใช้อยู่ แต่ต้องเป็นคนที่ไม่แพ้ยา Benzoyl peroxide เท่านั้นนะครับ

2. Benzac AC เป็นชื่อยี่ห้อไม่ใช่ชื่อยา


     "เป็นสิวอุดตันลองหา Benzac มาทาสิเราทาแล้วสิวหายเลยนะ" นี่เป็นตัวอย่างการพูดถึงยาทาละลายสิวอุดตันก่อนล้างหน้าที่เรามักได้ยินบ่อยๆ แต่จริงๆแล้ว Benzac AC เป็นชื่อยี่ห้อไม่ใช่ชื่อยานะครับ ตัวยาที่่ช่วยรักษาสิวจริงๆคือ Benzoyl peroxide ซึ่งมันมีขายอยู่ในท้องตลาดหลายยี่ห้อ เช่น Brevoxyl 4% , Enzoxid 2.5 anti acne gel , Acnexyl 2.5 , Panoxyl (ตัวนี้เห็นว่าเลิกผลิตไปแล้ว) เป็นตัวยาเดียวกันกับ Benzac เพียงแต่ว่า Benzac มันเป็นยารักษาสิวอุดตันที่คนใช้เยอะและพูดถึงกันอย่างกว้างขวางมากกว่า มากจนบางคนคิดว่ามันเป็นชื่อยาไปแล้ว

3. ยาทาก่อนล้างหน้าตามคลินิกส่วนใหญ่มันคือ BP นี่แหละ


     เวลาเราไปหาหมอรักษาสิวที่คลินิกยาทาที่หมอจ่ายให้ส่วนใหญ่จะมี ยาทาก่อนล้างหน้า ยาแต้มสิว และครีมบำรุงผิว ซึ่งจริงๆแล้วถ้าใครเป็นสิวอุดตันยาทาก่อนล้างหน้าที่หมอจ่ายให้มันคือ Benzac นี่แหละครับ เพียงแต่เค้าอาจเรียกชื่อแตกต่างกันออกไปในแต่ละคลินิก ถ้าเราสงสัยว่ายาทาก่อนล้างหน้าที่หมอจ่ายให้ใช้ยาตัวเดียวกับ Benzac มั้ยเราถามหมอไปตรงๆเลยว่า "ยาตัวนี้มันคือ BP หรือเปล่าคะ" ถ้าหมอบอกใช่เราสามารถใช้ Benzac แทนยาของหมอได้เลย ผมว่ามันถูกกว่ากันนะ

4. Benzac AC 5% ขนาดมาตรฐานสำหรับคนเป็นสิว


     Benzac AC ที่วางขายในบ้านเราจะมี 3 ความเข้มข้นหลักๆคือ 2.5% , 4% และ 5% (ความเข้มข้นของ BP) ซึ่งจริงๆแล้ว Benzac มันมีความเข้มข้นมากถึง 10% แต่บ้านเราไม่เอาเข้ามาขาย ซึ่งผมว่าจริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องใช้ถึง 10% หรอกครับ แค่ 5% ก็แสบหน้าจะแย่แล้ว ส่วนใหญ่เวลาเราไปหาหมอรักษาสิวตามคลินิกหมอจะนิยมจ่ายยา BP ที่ความเข้มข้น 5% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่คนเป็นสิวทั่วไปใช้ได้ แต่ถ้าใครที่ผิวแพ้ง่ายหรือค่อนข้าง sensitive แนะนำให้ใช้ Benzac 2.5% ก่อนจะดีกว่า ระคายเคืองน้อยกว่าเหมาะกับคนที่เพิ่งเคยใช้ครั้งแรกหรือมือใหม่หัดใช้นั่นเอง

     ผมเคยได้ยินงานวิจัยบอกว่าจริงๆแล้ว Benzac ที่ความเข้มข้น 2.5%  , 5% หรือ 10% ให้ผลการรักษาสิวที่ไม่แตกต่างกัน หมายความว่าใช้ Benzac 5% ก็ไม่ได้การันตีว่าสิวจะหายหรือลดลงได้ดีกว่า 2.5% ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจริงแท้แค่ไหน ผมว่าคนใช้เท่านั้นที่จะรู้ว่า Benzac ที่ความเข้มข้นไหนเหมาะกับตัวเองมากที่สุด ใช้แล้วแสบมากมั้ย หน้าลอกเกินไปหรือเปล่า หรือว่าใช้แล้วดีสิวอุดตันไม่มีเลย สิวอักเสบแห้งเร็วมาก ให้ผิวหน้าเราเป็นตัวตัดสินดีกว่าครับ

5. แสบ แดง ลอก ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้


     อาการหน้าแดง แสบ ลอก เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้สำหรับคนที่เพิ่งเคยใช้ Benzac ครั้งแรก ยิ่งมีความเข้มข้นสูงหรือ % มากเท่าไรอาการที่ว่าก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้เองทำให้บางคนที่ ใช้ Benzac เป็นครั้งแรกเจอผลข้างเคียงของยาจึงเกิดความกังวลขึ้น ว่าตกลงเราใช้แล้วแพ้หรือเปล่า เรื่องนี้ผมขอแสดงความคิดเห็นอย่างนี้ครับ ถ้าเราใช้ครั้งแรกแล้วเกิดหน้าแดง คันยุบยิบ หรือแสบหน้าเล็กน้อย อันนี้ยังไม่ต้องกังวลมันเป็นผลข้างเคียงของ Benzac ที่อาจเกิดขึ้นได้(ผมใช้ก็เป็นครับ) ซึ่งถ้าเราใช้อย่างต่อเนื่องอาการที่ว่าก็จะหายไปเองเพราะหน้าเราเริ่มชินกับตัวยาแล้ว แต่ถ้าทา Benzac แล้วเกิดร้อนหน้าแบบทนไม่ได้ ทาแล้วหน้าแสบแดงไหม้ หรือมีสิวเห่อขึ้นมากกว่าปกติควรรีบล้างออกและหยุดใช้ยาทันที เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณบอกว่าเราแพ้ยา BP เข้าให้แล้ว


     เป็นยังไงครับกับ 5 เรื่องน่ารู้ของ Benzac มีข้อไหนที่ยังไม่เคยรู้บ้าง Benzac จัดเป็นยารักษาสิวอุดตันที่ดีมากตัวหนึ่งเป็นยาทาก่อนล้างหน้าตัวโปรดของผมเลยล่ะ แม้ว่า Benzac จะเป็นยารักษาสิวยอดนิยมแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน บางคนใช้แล้วแพ้ก็มีใครที่ยังไม่เคยใช้ต้องทดสอบครีมก่อนใช้ทุกครั้งเพื่อลดควางเสี่ยงต่อการแพ้ยาที่อาจเกิดขึ้น ลดสิว ผิวใส ใครๆก็อยากเป็นด้วยกันทั้งนั้น จริงมั้ยครับ ^^ 

อ้างอิง  http://acnedefend.blogspot.com/

วิธีลดรอยสิวแบบธรรมชาติ

วันนี้มาดูวิธีลดรอยดำ จุดด่างดำจากสิวที่กิดจาการบีบ เค้น กดสิวกันครับ เป็นวิธีลดรอยสิวแบบธรรมชาติ รวมๆกันมาให้เลือกใช้ดู แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

หอมแดง

เป็นสมุนไพรไทยที่นิยมเอามาทำอาหารกันหลากหลาย โดยเฉพาะในพริกแกงต่างๆนั้นแทบจะขาดไม่ได้ แต่สรรพคุณอีกข้อหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยนั่นคือ หอมแดงสามารถที่ช่วยในการลดรอยดำจากสิวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะในหอมแดงมีสารที่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย(ต้นเหตุการเกิดสิว)ได้ดี และมีสารที่ใช้ต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย วิธีการก็ง่ายๆนำหอมแดงมาปอกเปลือกออก หั่นให้เป็นแว่นบางและนำมาแต้มตรงบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ ทำเป็นประจำทุกวันรอยดำสิวก็จะค่อยๆจางลงอย่างเห็นได้ชัด จากดำก็จะกลายเป็นแดงๆ จากแดงๆก็เริ่มเป็นสีเนื้อปกติ สามารถทาได้ทุกวันโดยไม่มีผลค้างเคียงใดๆทั้งสิ้น (แต่อาจจะแสบตาเล็กน้อยตอนทา)




มะละกอลดรอยดำสิว

มะละกอสุก

มะละกอขึ้นชื่อในเรื่องคุณประโยชน์สารพัด โดยเฉพาะในเรื่องผิวพรรณที่ว่ากันว่ากินแล้วผิวจะดี เปร่งปรั่ง มีน้ำมีนวลและยังช่วยลดรอยดำจากสิวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในมะละกอมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปนช่วยย่อยโปรตีน ซึ่งสามารถลดการอักเสบต่างๆของผิวหนังได้ สามารถใช้กระตุ้นให้เกิดการสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถใช้ลดรอยดำที่เกิดจากสิวได้เช่นกัน วิธีทำก็นำมะละกอสุกมาปลอกเปลือกและล้างยางออกให้สะอาด (ต้องสะอาดจริงนะครับ ไม่งั้นยางอาจกัดหน้าได้) จากนั้นก็นำมะละกอมาบดให้ละอียด แล้วจัดการพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก หลังล้างออกจะรู้สึกว่าหน้าเนียนนุ่มขึ้นทันที ใช้เป็นประจำริ้วรอยจากสิวจะลดลงเยอะครับ เป็นของจากธรรมชาติที่ดีจริงๆ


ใบบัวบกลดรอยดำสิว

ใบบัวบก

ใบบัวบกเป็นที่รู้จักกันดีว่ากินแล้วช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้ดี และยังสามารถใช้ลดรอยดำจากสิว ช่วยลดแผลเป็นจากสิว แผลคีลอยด์ได้ด้วย เนื่องจากในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ ( Glucosides ) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหน้าของเรา เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างขึ้นผลที่ตามมาก็คือ ลอยดำก็จะลดลงจางลงไปได้ และยังทำให้ผิวหน้าโดยรวมดีขึ้นอีกต่างหากืวิธีใช้ก็นำใบบัวบกไปปั่นกับเครื่องปั่น หากใครไม่มีก็เอาไปตำในครกได้ จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้มาพอกหน้าได้เลย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด


น้ำมันมะพร้าวลดรอยดำสิว


น้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น

ในน้ำมันมะพร้าวจะมีสารที่โดดเด่นอยู่ตัวหนึ่งชื่อว่า "กรดลอริค" ซึ่งช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดี และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำงานที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังช่วยให้ผิวเราชุ่มชื้นอ่อนนุ่มลง ช่วยให้ผิวหน้าที่เป็นรอยดำจากสิวลดลงได้ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป วิธีใช้ก็ใช้ทาหลังล้างหน้าเหมือนเป็นครีมบำรุงตัวหนึ่งก่อนนอนโดยไม่ต้องล้างออก นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังใช้ทาแทนโลชั่นทาผิวได้ด้วยนะ ช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี เป็นของจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณเยอะมากอีกตัวหนึ่ง

    4 วิธีลดรอยดําจากสิวด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่ายๆ สามารถทำได้เองที่บ้านโดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ไม่ต้องเสียเวลามากแถมยังประหยัดตังค์ในประเป๋าอีกด้วย ที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้เพราะเป็นของที่เป็นธรรมชาตล้วนๆรับรองว่าปลอดภัยแน่นอน เพียงแต่ว่าตอนใช้ก็ขอให้ล้างทำความสะอาดให้ดีซะก่อน ป้องกันพวกยาฆ่าแมลงหรือสารตกค้างอื่นๆ จะได้ใช้ได้อย่างสบายใจหายห่วง 

อ้างอิง  http://acnedefend.blogspot.com/

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

สาเหตุของการเกิดสิว




สาเหตุของการเกิดสิว 
เกริ่น ชื่อเรื่องขึ้นมาแบบนี้ เป็นใครก็คงไม่อยากให้ “สิว” มาปรากฏกายบนใบหน้า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่อง “สิว..สิว” ก็ตาม คอลัมน์หมอรามาฯไขปัญหาสุขภาพ ฉบับนี้ มีเรื่อง “สิว..สิว” ที่ไม่ค่อยสิว มาฝากกัน
เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าสิวคืออะไร

สิว คือการอุดตันของระบบต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งตามปกติแล้ว ไขมันที่สร้างจากต่อมไขมันจะออกมาตามรูขุมขน หากมีการอุดตันของทางเดินก็จะทำให้เกิดสิวอุดตัน ซึ่งจะพบเป็นลักษณะตุ่มเม็ดเล็ก ๆ ที่มีลักษณะเป็นไตสีขาว ๆ อยู่ข้างใน หากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย ก็อาจจะทำให้เกิดการอักเสบได้ และหากสิวอักเสบมากขึ้นแล้ว ก็จะกลายเป็นตุ่มหนอง เป็นสิวหัวช้าง และเป็นซีสต์ได้
ชนิดของสิว

สิวมีหลายชนิด แต่สามารถแบ่งคร่าว ๆ ได้ 2 ชนิดตามลักษณะที่พบ ได้แก่ สิวอักเสบ และสิวที่ไม่อักเสบ

1. สิวที่มีการอักเสบ เช่น สิวที่เป็นตุ่มแดง (สิวอักเสบ), สิวที่มีหนอง (สิวตุ่มหนอง), สิวอักเสบขนาดใหญ่ (สิวหัวช้าง) และสิวที่มีการทำลายของผิวข้างในจนเป็นโพรงคล้ายซีสต์

2. สิวที่ไม่มีการอักเสบ เช่น สิวอุดตันหัวขาว (สิวอุดตันหัวปิด), สิวอุดตันหัวดำ (สิวอุดตันหัวเปิด)
การเกิดสิว

สิว มักเกิดบริเวณใบหน้า หน้าอก หลังช่วงบน ไหล่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ต่อมไขมันทำงานมาก  ต่อมไขมันเป็นต่อมที่อยู่ใต้ผิวหนัง มีหน้าที่สร้างน้ำมันและไขมัน น้ำมันและไขมันที่ถูกสร้างขึ้นนี้จะถูกขับออกทางท่อน้ำมันซึ่งมีรูเปิดเดียว กับรูขุมขน เมื่อมีการกระตุ้นต่อมไขมัน น้ำมันและไขมันจะถูกสร้างมากขึ้น หากระบายออกจากท่อไขมันไม่ทัน จะเกิดการสะสมและค้างในรูขุมขน น้ำมันและไขมันก็จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณดังกล่าวสร้างสารเคราตินมาก ขึ้น สารเคราตินก็จะจับตัวแน่นกับน้ำมันและไขมัน เกิดเป็นสิวอุดตัน หรือที่เรียกว่า โคมิโดน ต่อมาการอุดตันนั้นทำให้เกิดสภาพไร้ออกซิเจนในรูขุมขน แบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว หรือโพรพิโอนิแบคทีเรียม แอคเน่ จะเจริญเติบโตได้ดี และทำให้เกิดการย่อยสลายไขมันและเป็นจุดเริ่มต้นของสิวอักเสบ
สาเหตุของการเกิดสิว

ยัง ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดสิวอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกายจะมีผลต่อการเกิดสิว และยังมีปัจจัยอื่นที่อาจมีผลต่อการเกิดสิว เช่น กรรมพันธุ์ อารมณ์ อาหาร อากาศ ยา โดยรวมแล้วสามารถแบ่งปัจจัยหลักได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่

1. ปัจจัยภายในร่างกาย คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ระดับฮอร์โมน การตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมน กรรมพันธุ์ โรคเรื้อรัง และผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด

2. ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่น ยา ครีม และเครื่องสำอางบางชนิด สภาพแวดล้อม แสงแดดและอุณหภูมิ และ อาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ สำหรับฮอร์โมนแล้ว ร่างกายสามารถสร้างฮอร์โมนเพศแอนโดรเจน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นต่อมไขมันได้ โดยส่วนมากแล้วฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปี จึงมักพบสิวได้มากในวัยนี้และอาจอยู่ได้นานหลายปี ส่วนอาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว แต่มีผลจากงานวิจัยเบื้องต้นว่าอาหารที่หวาน และอาหารจำพวกแป้ง จะทำให้เกิดสิวได้ง่าย นอกจากนี้ปัจจัยด้านอากาศ ก็จะมีผลบ้าง ขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนเป็นสิวมากในฤดูหนาว บางคนเป็นสิวมากในหน้าร้อน

การ ใช้เครื่องสำอาง เช่น แป้ง ครีมบางชนิด เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว เนื่องจากส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิดจะอุดตันรูขุมขนได้ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สามารถพบสิวได้ในคนที่เลยช่วงวัยรุ่นไปแล้ว การระคายผิวบนใบหน้า เช่น การล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว รวมทั้งการใช้ยาบางชนิดก็ทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้นได้ เช่น ยาคุมกำเนิด ยาสเตียรอยด์

เรื่องสิว..สิว..ยังไม่จบ ในฉบับหน้ายังมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิวมาฝากกันต่อเลย ทั้งการรักษาสิว และการปฏิบัติตัวในกรณีที่เป็นสิว

อ้างอิง  อาจารย์นายแพทย์วาสนภ วชิรมน แผนกผิวหนังและเลเซอร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

สิวอักเสบคืออะไร? สิวอักเสบ (Inflammatory acne หรือ Papulopustular acne) คือ

สิวอักเสบคืออะไร? สิวอักเสบ (Inflammatory acne หรือ Papulopustular acne) คือ
สิวอุดตัน (Comedones) ที่มีแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P.acnes) จำนวนมากเจริญเติบโตอยู่ในตุ่มสิว
แบคทีเรียนี้สามารถดึงดูดเม็ดเลือดขาวเข้ามาในตุ่มสิวทำให้สิวอักเสบ และมีเอ็นไซม์ย่อยน้ำมัน (Sebum)ในตุ่มสิวให้กลายเป็นกรดไขมันที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ สิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามขนาดของตุ่มสิวอักเสบ และความรุนแรงของอาการอักเสบ ดังนี้

1. สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นตุ่มแดงเจ็บ ขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. ส่วนมากสิวชนิดนี้เป็นสิวอักเสบในระยะแรกที่เปลี่ยนมาจากสิวอุดตัน
2. สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและปวด ข้างบนตุ่มมีหัวหนองสีเหลือง เป็นสิวที่มีอาการอักเสบมากกว่าสิวอักเสบชนิด Papule หรืออาจเกิดจากสิวมีการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นแทรกซ้อน
3. สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodule) เป็นตุ่มแดงเจ็บขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง ขนาดมักเกิน 0.5 ซม. มีอาการเจ็บปวดค่อนข้างมาก สาเหตุมักเกิดจากเป็นสิวอักเสบชนิด Papule แล้วมีการกดบีบสิว ทำให้แบคทีเรียและน้ำมันในตุ่มสิวแตกกระจายอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้สิวยิ่งอักเสบบวมแดง
4. สิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Acne Cyst) พบได้ไม่บ่อย ถุงน้ำใต้ผิวหนังอาจมีขนาดใหญ่หลายเซนติเมตร ไม่แดง ไม่ปวด มีลักษณะเป็นถุงภายในมีของเหลวข้นหนืดสีเหลือง สิวชนิดนี้แม้รักษาจนยุบแล้ว มักจะกลายเป็นแผลเป็นก้อนนูนหรือหลุมสิวขนาดใหญ่
5. สิวหัวช้าง (Acne Conglobata) เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง มักเป็นในวัยรุ่นผู้ชายที่มีผิวหน้ามันมาก บางรายมีประวัติคนในครอบครัวเป็นสิวหัวช้างด้วย สิวหัวช้างมีลักษณะเป็นสิวอักเสบรุนแรงทุกชนิดขึ้นรวมกันหนาแน่น ได้แก่ สิวชนิด pustule, nodule และ cyst หัวสิวมักแตกมีหนอง, น้ำเหลืองไหลตลอดเวลา สิวมักมีจำนวนมากที่ใบหน้า, หน้าอก และหลัง สิวหัวช้างรักษาได้ยาก และจะกลายเป็นแผลเป็นก้อนนูนหรือหลุมสิวขนาดใหญ่
ยาทาภายนอก
ยาทาถือเป็นการรักษาสิวที่ได้รับการนิยมที่สุด เนื่องจากสะดวก และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยากิน แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบรุนแรง การรักษาด้วยยาทามักไม่เพียงพอ ต้องใช้ร่วมกับยากิน
• ยากลุ่ม Benzoyl peroxide ใช้ทาก่อนล้างหน้า 5-15 นาที เป็นยาทาที่ดี มีฤทธิ์หลายอย่าง เช่น ลดการอักเสบ ทำให้ผิวหนังลอกหลุดเร็วขึ้น ช่วยลดสิวอุดตัน และฆ่าแบคทีเรีย P.acnes ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยป้องกันเชื้อดื้อยาด้วย ผลข้างเคียงของยานี้ คือ ทำให้ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย คัน แสบ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ทายา
• ยาทาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ (Topical antibiotics) เป็นยาปฏิชีวนะ มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ห้ามใช้รักษาสิวเป็นยาเดี่ยว เพราะแบคทีเรียจะดื้อยาอย่างรวดเร็ว ในระยะแรกควรใช้ร่วมกับยาทาอื่นๆ แล้วค่อยหยุดเมื่อสิวดีขึ้น
• ยาทาเรตินอยด์ (อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ) เช่น Tretinoin, Isotretinoin, Adapalene ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหนัง ลดสิวอุดตัน และลดการอักเสบ แต่ขาดคุณสมบัติการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และไม่สามารถลดการสร้างน้ำมันบนผิวหนัง ด้วยคุณสมบัติที่ดีของยานี้ จึงสามารถใช้เป็นยาร่วมในการรักษาสิวทุกระยะ และใช้ทาป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้ด้วย ผลข้างเคียง คือ ทำให้ผิวลอก คัน แดง ยาทำให้ผิวหน้าบางลง จึงต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด และห้ามใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์
แนวทางการรักษาสิวอับเสบหรือสิวรุนแรงของแพทย์
• ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อชนิดรับประทาน เช่น Doxycycline, Erythromycin, Cotrimoxazole ยามีฤทธิ์ที่สำคัญ คือ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ แต่การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะปริมาณการใช้ยา และระยะเวลาในแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะอาจมีการแพ้ยา หรือ ดื้อยา ทำให้การรักษาต่อไปยากลำบากขึ้น
• ยารับประทานไอโสเตรติโนอิน ยาเป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหนัง ลดสิวอุดตัน ลดการอักเสบเหมือนยาทาเรตินอยด์ แต่ยากินยังช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย และลดการทำงานของต่อมไขมัน จึงลดความมันของใบหน้า ผู้ที่รับประทานยาครบคอร์สมีโอกาส 60% ที่สิวจะหายขาด ที่เหลือเมื่อหยุดยาก็จะกลับเป็นสิวและผิวมันอีก จึงไม่ควรซื้อยากินเองพร่ำเพรื่อ ยากินมีผลข้างเคียงคล้ายยาทา คือ ทำให้ผิวแห้ง ลอก ปากลอก การรับประทานยาเป็นเวลานานอาจมีผลเสียต่อตับ กระดูก ไขมันในเลือด ยาอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการ หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่กินยาไอโสเตตริโนอินจึงต้องคุมกำเนิดอย่างเคร่งครัด

การทำหัตถการ
• การกดสิว ใช้รักษาสิวอุดตัน การกดสิวเป็นการบีบเพื่อระบายการอุดตัน ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันเม็ดสิวแตกบวมอักเสบมากขึ้น และการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
• กรดผลไม้เข้มข้นเพื่อลอกผิวหรือผลัดผิว (Hydroxy acids) ช่วยเร่งการหลุดลอกของผิวหนัง สามารถใช้ในการรักษาสิวที่ไม่รุนแรง แต่ไม่ได้ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการสร้างไขมัน ข้อเสีย คือ ผิวอาจระคายเคือง ผิวลอกเป็นขุย ถ้าทำบ่อยเกินไปอาจทำให้หน้าบางลง แพ้ง่าย
• การฉีดสเตียรอยด์เข้าตุ่มสิว การฉีดสิวจะช่วยลดการอักเสบของสิวอย่างรวดเร็ว แต่การฉีดที่ผิดวิธี อาจทำให้ผิวหนังยุบตัวเป็นหลุม เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หรือยาหลุดเข้าไปอุดตันเส้นเลือด
• IPL (Intense Pulse Light) มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ลดการอักเสบ ช่วยลดการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน รอยแดงจางลง หน้าใสขึ้น แต่การทำ IPL ในบางรายกลับอาจทำให้สิวเห่อมากขึ้น

• Fractional Photothermolysis Laser (FP) หรือ Fraxel laser เป็นเลเซอร์ที่แก้ปัญหาหลุมสิวโดยเฉพาะ กลไกการทำงานโดยปล่อยพลังงานอนุภาคเล็กสู่ผิวชั้นลึกถึงชั้นผิวที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน เป็นการฟื้นฟูสภาพผิวด้วยกลไกการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้รอยหลุมสิวดูตื้นขึ้น แต่การทำเลเซอร์ต้องทำหลายครั้ง และเลเซอร์ยังมีราคาแพง ผู้ที่เคยเป็นเริมบนใบหน้าต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำ เพราะการทำเลเซอร์อาจกระตุ้นให้เป็นเริมแบบแพร่กระจาย
การรักษาโดยใช้เลเซอร์
การรักษาสิวโดยใช้เลเซอร์ได้รับความนิยมมากขึ้น ได้ผลดี แต่เห็นผลช้า ต้องทำหลายครั้ง จึงเริ่มเห็นผลและมีราคาแพง การรักษาต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีเลเซอร์หลายชนิดที่มีการเอามาใช้รักษาสิว ดังนี้

• เลเซอร์ CO2 (Carbon dioxide Laser) เป็นการใช้แสงเลเซอร์เปิดหัวสิว เพื่อกดเอาหัวอุดตันหรือระบายหนองออก ไม่ควรทำบ่อย เพราะจะเป็นรอยหลุมแผลเป็น
• เลเซอร์ไดโอด (Diode Laser) เลเซอร์กลุ่มนี้นิยมใช้รักษาสิว มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน และการลดการอักเสบ กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน จึงเหมาะกับการรักษาสิวอักเสบ รอยแผลเป็นจากสิว ต่อมไขมันโตผิดปกติ

อ้างอิง  โดย นพ.โกวิท คัมภีรภาพ   นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตจวิทยา    

สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ

สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ

สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ



หากเกิดสิวขึ้นให้ใจเย็น ต้องเข้าใจว่าสิวเกิดได้กับทุกคน แม้แต่แพทย์ผิวหนังก็มีสิวได้ การเลี่ยงปัจจัยการเกิดสิวสามารถช่วยลดสิวได้ เช่น งดการแต่งหน้าหรือเปลี่ยนจากแป้งผสมรองพื้นเป็นแป้งไม่ผสมรองพื้น อย่างไรก็ตาม แป้งเป็นแร่เนื้อละเอียดซึ่งก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้ไม่เว้นแม้แต่แป้งเด็ก การทาแป้งจึงควรเว้น อาจมีข้อสงสัยว่าเด็กที่ทาแป้งแต่ทำไมไม่เป็นสิว คำตอบคือผิวเด็กละเอียด รูขุมขนของผิวเด็กไม่ใหญ่เหมือนรูขุมขนของผู้ใหญ่และไม่ขับน้ำมันมากแบบผู้ใหญ่ จึงทำให้ไม่ก่อให้เกิดสิวในเด็ก แต่ก็พบว่าเด็กจำนวนมากทาแป้งแล้วเกิดรูขุมขนอุดตัน ไม่ทาครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ในช่วงที่เป็นสิวหากเลี่ยงการแต่งหน้าได้จะดีมาก แต่ปัจจัยบางอย่างก็ไม่สามารถเลี่ยงได้ คือ ปัจจัยภายในร่างกาย เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน จากการมีประจำเดือนซึ่งจะพบว่าก่อนมีรอบเดือน 2-7 วันมักจะมีสิว หรือฮอร์โมนเพศชายก็ทำให้เกิดสิวได้ สำหรับเพศหญิงที่มีฮอร์โมนผิดปกติอาจจะรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด คือรับประทานยาลดฮอร์โมน แต่ในเพศชายจะไม่ให้รับประทานยาลดฮอร์โมนเพราะจะทำให้ร่างกายผิดปกติ สิ่งที่ควรทำคือปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวไว้และต้องให้เวลากับการรักษา สิวเกิดขึ้นจะให้หายไปในวันเดียวก็คงเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นวัฏจักรของสิว คืออุดตัน ติดเชื้อ สิวแตก หัวสิวหลุด แล้วก็แห้งไป แต่หากมีสิวมากก็ใช้เวลามากการเร่งให้สิวหายเร็วโดยการฉีดยาสเตียรอยด์อาจช่วยให้สิวยุบภายในคืนเดียว แต่รอยสิวก็ใช้เวลานานกว่าจะหาย
เมื่อเป็นสิวแล้วอย่าเพิ่มความเครียดให้เป็นสาเหตุของสิวเพิ่มอีก ทำใจให้สบาย คิดว่ามันเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอายถึงกลับไม่กล้าออกจากบ้าน หรือคิดจะฆ่าตัวตาย ควรคิดในแง่บวกว่า เป็นสิวก็แสดงว่าเรายังไม่แก่ ยังเป็นวัยรุ่นอยู่หรือถ่ายรูปตอนเป็นสิวเก็บไว้ เผื่อว่าจะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีในทีวี ที่เอาภาพตอนเป็นสิวมาแล้วรักษาด้วยเครื่องสำอางนี้แล้วสิวหายก็ได้รับค่าตัวไปเป็นแสนๆ ผู้เขียนเองก็ได้ประโยชน์จากการที่เป็นสิว เพราะทำให้ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น ถ้าไม่เป็นสิวก็คงจะไม่สนใจหาข้อมูลมาเขียน เมื่อเป็นสิวแล้วก็ควรรักษาไปเรื่อยๆ ดูผลการรักษาของสิวที่ค่อยๆหายไปทีละเม็ด สิวเม็ดใดเกิดก่อนก็หายไปก่อน ค่อยๆนับถอยหลังจนเม็ดสุดท้ายหายไป แล้วรอพบกับหน้าใสในวันรุ่งขึ้น ดีกว่าที่จะจบชีวิตไปก่อนที่จะมีโอกาสเห็นหน้าที่ไม่มีสิว
ไม่มียาชนิดใดที่ใช้แล้ว(ไม่ว่าจะกินหรือทา) จะรักษาสิวได้ถาวรหรือทำให้ไม่มีสิวเกิดขึ้นอีกเลย หากร่างกายมีพันธุกรรมเป็นสิวง่ายก็จะมีโอกาสเป็นสิวอยู่ เพียงแต่เราสามารถลดสิวให้เกิดน้อยลงได้ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ถูกกับผิว ป้องกันการอุดตันของรูขุมขนด้วยยาทา ดูแลเรื่องอาหาร อารมณ์ และการออกกำลังกาย แต่เมื่อเกิดสิวแล้วก็รักษาสิวด้วยยาทาและยากิน ซึ่งจะช่วยให้สิวหายเร็วโดยไม่เกิดหลุมสิวบนใบหน้า
อ้างอิง http://www.acne-society.com/

ข้อปฏิบัติ เพื่อห่างไกลสิว

ข้อปฏิบัติ เพื่อห่างไกลสิว

ข้อปฏิบัติ เพื่อห่างไกลสิว

มาอ่านกันค่ะว่า ทำอย่างไรให้ห่างไกลจากสิว
  • ไม่ควรขัดหน้า ไม่ว่าจะด้วยใยบวบ ฝักมะขามหรือใช้โฟมล้างหน้าที่มีสครับ เพราะการขัดผิวก่อให้เกิดความระคายเคืองและทำให้สิวอักเสบรุนแรงขึ้น
  • ไม่ควรนวดหน้า เพราะจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ดังนั้นการล้างหน้าและทายาจึงควรลูบไล้เพียงเบาๆ
  • ไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะผิวจะเสียสมดุล เกิดความระคายเคืองและติดเชื้อ
  • ควรใช้สารล้างหน้าที่อ่อนละมุน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
  • ควรระวังในการใช้เครื่องสำอางอื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่กล่าวมา เพราะอาจก่อให้เกิดสิว หากจำเป็นควรใช้เครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่อุดตันรูขุมขน ปราศจากน้ำมัน ไม่ก่อให้เกิดสิวและไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาใช้เครื่องสำอางเกินความจำเป็นเพราะกลัวว่าหน้าขาดการบำรุง เพราะคนที่ผิวมันอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทาครีมที่มีน้ำมันอีก
  • พบว่าสารที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ หากมีอยู่ในเครื่องสำอางใดจะทำให้เครื่องสำอางนั้นเป็นเครื่องสำอางที่ก่อสิวได้ อันได้แก่ ลาโนลิน พาราฟิน เบอร์กามอทออยส์ ไททาเนียมไดออกไซด์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันเมล็ดองุ่น (Grope seed oil) ไซโกโก้ (Cocoo butter) โซเดียมลอริลซัลเฟต (ตัวที่ทำให้เกิดฟอง ซึ่งสามารถดูได้ที่ฉลากของผลิตภัณฑ์) บิวทิลสเตียเรท (Butyl Stearate) ไฮโซโพรพิลโอโซสเตียเรท (Isopropyl Isostearate) ไอโซโพรพิลโมรีสเตท (Isopropyl myristate) ไอโซสเตียริกแอซิส(Isostearic)
    ล้างแผล เพราะน้ำที่คุณเอามาละลายจะมีเชื้อ เนื่องจากไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อแบบสเตอร์ไรด์ และเกลือปรุงอาหารจะมีไอโอดีนซึ่งก่อให้เกิดการแพ้ และที่สำคัญความเข้มข้นของน้ำเกลือที่คุณเตรียมจะไม่เท่ากับความเข้มข้นของเซลล์ จึงขอแนะนำว่าใช้น้ำเกลือล้างแผลชนิดสำเร็จรูปสะดวกกว่าครับ น้ำเกลือล้างแผลนี้หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป (น้ำเกลือล้างแผลจะเอามาล้างจมูกก็ได้ แต่หากคุณทำน้ำเกลือเองแล้วนำมาล้างจมูก คุณจะแสบจมูกเพราะเกลือปรุงอาหารคุณภาพไม่เหมือนเกลือทางเภสัชกรรม และความเข้มข้นก็อาจเตรียมไม่เท่ากัน)
  • ควรซับหน้าด้วยแผ่นฟิล์มซับมันบ่อยๆ จะช่วยลดการอุดตันของไขมัน
  • สิวที่หน้าผาก สิวที่เกิดขึ้นเป็นสิวอักเสบ เพราะมีขนาดใหญ่ มีการบวม มีสีแดง สิวประเภทนี้ควรทาด้วยยาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์และรับประทานยาดอกซีไซคลีน

อ้างอิง http://www.acne-society.com/

รู้หรือไม่ ใบบัวบกรักษารอยสิวได้



รู้หรือไม่ ใบบัวบกรักษารอยสิวได้




สวัสดีค่ะ วันนี้เราก็มีสมุนไพรกำจัดรอยสิวมาอัพเดตกันอีกเช่นเคยค่ะ ซึ่งสมุนไพรที่เราจะนำมาเสนอวันนี้ก็คือใบบัวบกนั่นเอง หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าใช่ใบบัวบกที่นำมาทำน้ำดื่มแก้ช้ำในหรือเปล่า ตอบได้เลยว่าใช่เลยค่ะ เพราะใบบัวบกนอกจากจะช่วยแก้อาการช้ำในได้แล้วยังช่วยลดรอยสิวได้ดีอีกด้วย โดยมีวิธีการนำใบบัวบกลดรอยสิวได้ดังนี้
นำใบบัวบกมาประมาณ 2-3 ใบ แล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด
เมื่อล้างเสร็จแล้วให้นำใบบัวบกมาปั่นให้ละเอียด หรืออาจจะใช้วิธีสับเอาก็ได้
นำใบบัวบกที่ปั่นจนละเอียดแล้วมาพอกหน้าทิ้งไว้ โดยพอกให้ทั่วใบหน้าประมาณ 10-15 นาที
ล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด หรือน้ำอุ่น
ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งจะช่วยลดรอยสิวได้ดี และยังทำให้ใบหน้าของคุณดูเปล่งปลั่งสวยใสขึ้นอีกด้วย

การใช้ใบบัวบกรักษารอยสิว เป็นวิธีที่ช่วยลดรอยสิวได้ดี และไม่ทำให้ใบหน้าของคุณเกิดการระคายเคืองอีกด้วย จึงเหมาะที่จะนำมาพอกหน้าลดรอยสิวมากทีเดียวเลยล่ะ นอกจากนี้ใบบัวบกยังมีไกลโคไซด์อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าของคุณเนียนใส และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จึงทำให้รอยสิวดูจางลงและลดการเกิดริ้วรอยได้นั่นเอง สำหรับใครที่กำลังปวดหัวอยู่กับการมองหาวิธีกำจัดรอยสิว ลองนำวิธีนี้ไปใช้กันดูนะคะ รับรองว่าได้ผลแน่นอน และยังถนอมผิวหน้าของคุณได้ดีอีกด้วย

อ้างอิง http://www.acne-society.com/

โรแอคคิวเทน สิวหาย หน้าไม่มัน และข้อห้ามใช้

โรแอคคิวเทน

โรแอคคิวเทน สิวหาย หน้าไม่มัน

โรแอคคิวเทน หรือ ยาแอคโนทิน เป็นยาในกลุ่มของกรดวิตามินเอ ใช้ในรูปแบบรับประทาน โรแอคคิวเทนเป็นชื่อทางการค้าของยาต้นตำรับจากประเทศเยอรมนี ซึ่งชื่อจริงๆของยาคือ ไอโซเทรทิโนอิน มี 2 ขนาด คือ 10 และ 20 มิลลิกรัม บรรจุในแคปซูลซึ่งภายในจะมีน้ำมันถั่วเหลืองบรรจุอยู่ด้วยเพื่อช่วยในการดูดซึม เรามาดูกันว่ายามันช่วยอะไรได้
ยาจะไปยับยั้งการผลิตไขมันที่ต่อมไขมัน ทำให้ผิวแห้ง เมื่อรูขุมขนไม่ผลิตไขมัน หน้าก็ไม่มัน ไม่มีไขมันอุดรูขุมขน สิวก็ไม่มี เชื้อสิวก็ไม่มีอาหารกิน มันก็ไม่โต สิวก็ไม่เกิด ทำไห้หน้าไม่มัน
จริงๆแล้วยาตัวนี้แพทย์จะเป็นคนสั่งให้เราเอง เราไม่ควรซื้อมารับประทานเองนะค่ะ เพราะเป็นยาที่อันตราย หากไม่มีความรู้ในการใช้ยาอาจจะเกิดโทษรุนแรงได้ แพทย์จะให้เฉพาะผู้ที่มีสิวมากและรักษาด้วยยาอื่นไม่หายเท่านั้น คือ คนไข้ได้รับการรักษาด้วยการทายาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์และรับประทานยาปฏิชีวนะมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้วไม่หาย แต่ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดคือ สตรีที่เสี่ยงจะตั้งครรภ์ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เด็กพิการได้ค่ะ
โรแอคคิวเทนจึงเป็นยาในฝันของผู้เป็นสิวรุนแรง เพราะถ้าใช้ยาตัวนี้สิวหายแน่นอนและหน้าไม่มัน ผิวไม่มัน ไม่ต้องซับมันกันเลยล่ะ จากที่แต่ก่อนต้องซับหน้าทุกๆครึ่งชั่วโมง แต่ยาตัวนี้ไม่ควรจะทานนานเพราะว่ามันจะทำลายตับ จริงๆแล้วก่อนใช้ยาตัวนี้จะต้องเจาะเลือดดูค่าการทำงานของตับก่อน และหลังใช้ยา 2-3 เดือน ต้องเจาะเลือดซ้ำดูค่าการทำงานของตับ หากปกติจึงจะใช้ยาต่อจนครบคอร์สได้ หากไม่ปกติให้หยุดทันที
*ปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยา

เจลลดรอยแผลเป็น MEDERMA เมเดอร์มา รักษารอยแผลเป็นและรอยดำจากสิว แผลจากอุบัติเหตุ แผลจากการผ่าตัด แผลเย็บ และอื่นๆ


Mederma advanced scar gel and Stretch mark therapy

เจลลดรอยแผลเป็น MEDERMA เมเดอร์มา รักษารอยแผลเป็นและรอยดำจากสิว แผลจากอุบัติเหตุ แผลจากการผ่าตัด แผลเย็บ และอื่นๆ


รีวิวจากผู้ใช้จริง (ขอบคุณ youtube)






Mederma ผลิตภัณฑ์รักษาแผลเป็น:
แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงลักษณะโดยรวมของสีและพื้นผิวของรอยแผลเป็นที่ทำให้นุ่มเรียบเนียนและสังเกตเห็นได้ยาก
ทำงานสำหรับรอยแผลเป็นประเภทต่างๆ รวมทั้งรอยแผลเป็นจากสิว, แผลเป็นการผ่าตัดและรอยแผลเป็นจากการเบิร์น อุบัติเหตุ เย็บแผล และการบาดเจ็บอื่น
แบรนด์แนะนำสำหรับรอยแผลเป็นอันดับ #1 จาก doctor และ pharmacist
สังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ใน 8 สัปดาห์*


*ระยะเวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล


Mederma ® เรียกคืนความเชื่อมั่นของคุณโดยการทำให้


รอยแผลเป็นเก่าและใหม่ดูดีขึ้น


เรื่องแผลเป็น หรือผิวแตกลาย แพทย์ผิวหนังและเภสัชกรยกให้ Mederma เป็นอันดับ #1





* ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล





รายการสินค้า ครีมลดรอยแผลเป็น , เจลลดรอยแผลเป็น รักษาแผลเป็นอย่างได้ผล อันดับ #1 จาก USA




ครีมลดรอยสิว Mederma ที่แนะนำให้คุณลอง


ครีมลดรอยสิว Mederma ที่แนะนำให้คุณลอง



หากคุณกำลังมองหาครีมลดรอยสิวอยู่ วันนี้เรามีครีมลดรอยสิวที่ช่วยกำจัดรอยสิวได้จริงและเห็นผลเร็วมาแนะนำให้คุณได้ลองนำไปใช้กันค่ะ ซึ่งครีมที่เราจะนำเสนอวันนี้ก็คือ ครีมลดรอยสิว Mederma นั่นเองหลายๆคนคงจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่อาจจะยังไม่มั่นใจว่าจะใช้ได้ผลจริงหรือไม่ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ครีมลดรอยสิว Mederma เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณกันค่ะ
ครีมลดรอยสิว Mederma มีสาร Cepalin ที่ช่วยในการลบรอยแผลและรอยสิวได้ดีอีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายอีกด้วย ซึ่งครีมตัวนี้เมื่อใช้ทาที่รอยสิวจะซึมซับเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้หน้าเหนียวเหนอะหนะและช่วยให้หน้าไม่มันได้ดีทีเดียว ซึ่งเมื่อทาเป็นประจำทุกวัน สาร Cepalin จะไปทำให้รอยดำสิวค่อยๆจางลงและหายไปในที่สุด สำหรับใครที่กำลังมองหาครีมลดรอยดำสิวอยู่ แนะนำให้ใช้ครีมตัวนี้เลยค่ะเพราะให้ผลดีและเห็นผลเร็วกว่าครีมตัวอื่นๆอีกด้วย
อยากให้ใบหน้าของคุณเนียนใสไร้รอยดำสิว ลองซื้อ Mederma มาใช้กันดูนะคะ อาจจะมีราคาที่แพงกว่าครีมตัวอื่นๆหน่อยแต่เมื่อเทียบกับคุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้แล้วก็นับว่าคุ้มมากทีเดียวเลยล่ะ แต่หากกลัวว่าผิวของคุณจะแพ้ครีมตัวนี้ ก่อนใช้ให้ลองทาครีมบริเวณข้อมือด้านในหรือข้อศอกดูก่อนค่ะ ถ้าหากภายใน 24 ชั่วโมงไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็สามารถใช้ครีมตัวนี้ได้เลย เพราะไม่ทำให้แพ้แน่นอน

๋Jeban มาแชร์วิธีรักษาแผลเป็น

จากรอดตายปาฏิหาริย์ปีก่อนค่ะ ... ^^
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=144024

จะมาแชร์วิธีรักษาแผลเป็น ... ตามไปเลยค่ะ :'))





วิธีการรักษาแผลเป็นน่ะค่ะ !!* แชร์ได้ .. อนุญาต :') 
เชื่อไม่เชื่อ แล้วแต่วิจารณญาณ นี่คือ ทฤษฏีรักษาแผลเป็น by.Kansuda

1. เมื่อเป็นแผล ไม่ว่าจะน้ำร้อนลวก แผลล้มรถ แผลเย็บ แผลอะไรก็ตาม ให้ทายาแผลสดพวกเบตาดีน (มีบางกรณีให้ใช้บัวหิมะสำหรับแผลพวกโดนอะไรร้อนๆแผลอื่นๆนอกนั้นทาไปก็ไม่ช่วยอะไร)
2. อย่าเพิ่งทายาแก้แผลเป็นก่อน ให้ทายาแผลสดพวกเบตาดีนเรื่อย ๆ จนกว่าแผลจะแห้ง ย้ำ !! ห้ามทา ทาแล้วแมร่ง แผลดำน่ะเว้ย อันนี้มันแผลสดก็ทาแผลสดไปก่อน
3. ห้ามไป แคะ แกะ เกา พวกแผลพวกนี้โดยเด็ดขาด และย้ำ !! พยายามอย่าให้โดนน้ำ อดทนไว้ ถ้าอยากหายน่ะ ถ้าไป แคะ แกะ เกา โดนน้ำ รับรอง รักษายาก รักษายาก รักษายากกกกกก มากน่ะค่ะ อาจทรมานหน่อย แต่ทนเถอะ เชื่อสิ !!
4. หมอมักจะบอกว่า ทานไปเลย ทานไปเลย ไม่ต้องงดกินอะไร แต่ .. ข้าพเจ้าไม่เชื่อ ตอนมีแผลแรก ๆ เรากินแต่ เนื้อหมู เนื้อปลา ... เรางด ไข่ ไก่ กุ้ง ปลาหมึก หอย ของดอง ของเปรี้ยว ๆ พวกอาหารรสจัดก็ไม่กิน ไม่แดะพวกซีอิ้วน้ำปลาเลย กินแต่ของจืด ๆ พยายามไม่กินรสจัด (ใช้ระเวลาประมาณ 1 เดือน)(หรือในบางกรณีก็แล้วแต่แผลว่าแผลปิดสนิทเมื่อไหร่?แผลปิดสนิทก็กินเหมือนเดิม เหมือนตัวแร้งลง!!55)
5. เมื่อแผลแห้งแล้ว คราวนี้ก็มาสู่ขั้นตอนที่ มันเป็นแผลเป็น ถ้าเป็นแผลนูน ๆ คีรอยด์ ก็ให้เดินไป คลินิกโรคผิวหนังซะ บอกหมอว่าฉีดยาคีรอยด์ เข็มนึงไม่น่าจะเกินพันนึง (แล้วแต่แผลมากน้อยแค่ไหน?เข็มนึงก็ฉีดได้หลายที่เลย)
6. จะใช้แผ่นแปะลดรอยแผลเป็น จะใช้ครีมยาทาแผลเป็น จะใช้ครีมสารพัดครีมที่คนแนะนำ จะบอกว่า ทำไปเถอะ สารพัดวิธีใช้ได้หมด มันเหมือนโลชั่นนั่นแหละ คุณไม่รู้หรอก โลชั่นไหน ดีที่สุดในโลก ไม่ีมีใครตอบได้ สำหรับเราตอนนั้น ซื้อแม่มมม แทบทุกยี่ห้อ ตามใจ ใครแนะนำอะไร เอามาเถอะ เอามาเถอะ ตอนนั้นมีเพียบ ตั้งแต่ยาผีบอกยันยาหมอบอก (เย้ย!!XXXX) นั่นแหละ แต่เราจะบอกว่าก็ผลัดๆทาไป ทาไปเรื่อย ๆ มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่มีเวทมนตร์คาถาเสก ทาแม่ม สองวันสามวันอาทิตย์นึงแล้วบอก แม่งงง ยาไม่ดีเลย ทาแล้วไม่ได้ผลเลย เลิกทา แบบนั้น มันไม่เกี่ยวกับยาแล้ว มันเกี่ยวกับ คุณนั่นแหละค่ะ น่ะ :')
7. ยาที่จะแนะนำก็พวก ที่ร้านผิวหนังทั่ว ๆ ไปแนะนำนี่แหละ ราคาก็ไม่ต้องสูง มากหรอก กลาง ๆ หลอดนึงสามสี่ร้อย ยกตัวอย่างเช่น sca gel , mederma , ella scar gel , sca esthetique , smoothE , Hirudoid ฯลฯ จะบอกว่า ใช้ได้หมด ทาแม่มทุก ๆ ครั้งที่คิดถึงแผล อยากแผลหายก็แม่ง ทาแบบคิดถึงคนรักอ่ะ ทาถู ทาถู คลึง ๆๆ นวด ๆๆ ดังนั้น ไม่มียาตายตัวที่เราจะบอกได้ว่า ยี่ห้อไหนดีสุด ? เครน่ะ 555
8. ทาไปประมาณ 3-4 เดือนดูการเปลี่ยนแปลงค่ะ ไม่หายไม่จาง ให้มาเตะเลย !!!*
9. ถ้าหายไม่เกลี้ยง ไปหาหมอเลเซอร์ก็ได้ แต่สำหรับแนนตอนแรกจะเลเซอร์ แต่แพงเกินไม่เลเซอร์ ไปซื้อยามาทา ก็หายน่ะ ดูได้จากรูปนั่นแหละ แล้วก็พวกรอยดำ ๆ อย่าไปกลัว นวัตกรรมเดี๋ยวนี้ แม่ม เก่ง ขนาดคนผิวดำ อยากขาว ยังมีกลูต้า คนขาวอยากผิวดำ ยังมี ครีมท

าผิวแทน bodytone reveal ลองไปหาซะ มันทาแล้วช่วยลดเมลานินผิว สำหรับวิธีนี้ แผลคุณ ต้องเวลาผ่านไป 1 ปี (ต่ำๆ) ไม่ใช่อยากทาก็แม่มทา ไม่ได้น่ะค่ะ 
10.มีอีกอัน คนข้างบ้านแนะนำมาเป็นป้าแก่ ๆ เค้าให้เอา พวกสมุนไพรทา ทุกทีที่คิดถึงแผลเช่นกัน แนะนำ ... ว่านหางจระเข้ และ ขมิ้น ... ไม่รู้อ่ะ บอกแล้ว ทำหมดแหละใครแนะนำ นี่ก็เหมือนกัน คิดถึงแผลทุกทีก็จะหยิบสมุนไพรมาโบก ๆ เช่นกัน 



ภาพ ณ ปัจจุบันน่ะค่ะ :'))
ขอบคุณทุกกำลังใจมากในตอนนั้นน่ะค่ะ 




จากรอดตายปาฏิหาริย์ปีก่อนค่ะ ... ^^
http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=144024

จะมาแชร์วิธีรักษาแผลเป็น ... ตามไปเลยค่ะ :'))





วิธีการรักษาแผลเป็นน่ะค่ะ !!* แชร์ได้ .. อนุญาต :') 
เชื่อไม่เชื่อ แล้วแต่วิจารณญาณ นี่คือ ทฤษฏีรักษาแผลเป็น by.Kansuda

1. เมื่อเป็นแผล ไม่ว่าจะน้ำร้อนลวก แผลล้มรถ แผลเย็บ แผลอะไรก็ตาม ให้ทายาแผลสดพวกเบตาดีน (มีบางกรณีให้ใช้บัวหิมะสำหรับแผลพวกโดนอะไรร้อนๆแผลอื่นๆนอกนั้นทาไปก็ไม่ช่วยอะไร)
2. อย่าเพิ่งทายาแก้แผลเป็นก่อน ให้ทายาแผลสดพวกเบตาดีนเรื่อย ๆ จนกว่าแผลจะแห้ง ย้ำ !! ห้ามทา ทาแล้วแมร่ง แผลดำน่ะเว้ย อันนี้มันแผลสดก็ทาแผลสดไปก่อน
3. ห้ามไป แคะ แกะ เกา พวกแผลพวกนี้โดยเด็ดขาด และย้ำ !! พยายามอย่าให้โดนน้ำ อดทนไว้ ถ้าอยากหายน่ะ ถ้าไป แคะ แกะ เกา โดนน้ำ รับรอง รักษายาก รักษายาก รักษายากกกกกก มากน่ะค่ะ อาจทรมานหน่อย แต่ทนเถอะ เชื่อสิ !!
4. หมอมักจะบอกว่า ทานไปเลย ทานไปเลย ไม่ต้องงดกินอะไร แต่ .. ข้าพเจ้าไม่เชื่อ ตอนมีแผลแรก ๆ เรากินแต่ เนื้อหมู เนื้อปลา ... เรางด ไข่ ไก่ กุ้ง ปลาหมึก หอย ของดอง ของเปรี้ยว ๆ พวกอาหารรสจัดก็ไม่กิน ไม่แดะพวกซีอิ้วน้ำปลาเลย กินแต่ของจืด ๆ พยายามไม่กินรสจัด (ใช้ระเวลาประมาณ 1 เดือน)(หรือในบางกรณีก็แล้วแต่แผลว่าแผลปิดสนิทเมื่อไหร่?แผลปิดสนิทก็กินเหมือนเดิม เหมือนตัวแร้งลง!!55)
5. เมื่อแผลแห้งแล้ว คราวนี้ก็มาสู่ขั้นตอนที่ มันเป็นแผลเป็น ถ้าเป็นแผลนูน ๆ คีรอยด์ ก็ให้เดินไป คลินิกโรคผิวหนังซะ บอกหมอว่าฉีดยาคีรอยด์ เข็มนึงไม่น่าจะเกินพันนึง (แล้วแต่แผลมากน้อยแค่ไหน?เข็มนึงก็ฉีดได้หลายที่เลย)
6. จะใช้แผ่นแปะลดรอยแผลเป็น จะใช้ครีมยาทาแผลเป็น จะใช้ครีมสารพัดครีมที่คนแนะนำ จะบอกว่า ทำไปเถอะ สารพัดวิธีใช้ได้หมด มันเหมือนโลชั่นนั่นแหละ คุณไม่รู้หรอก โลชั่นไหน ดีที่สุดในโลก ไม่ีมีใครตอบได้ สำหรับเราตอนนั้น ซื้อแม่มมม แทบทุกยี่ห้อ ตามใจ ใครแนะนำอะไร เอามาเถอะ เอามาเถอะ ตอนนั้นมีเพียบ ตั้งแต่ยาผีบอกยันยาหมอบอก (เย้ย!!XXXX) นั่นแหละ แต่เราจะบอกว่าก็ผลัดๆทาไป ทาไปเรื่อย ๆ มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่มีเวทมนตร์คาถาเสก ทาแม่ม สองวันสามวันอาทิตย์นึงแล้วบอก แม่งงง ยาไม่ดีเลย ทาแล้วไม่ได้ผลเลย เลิกทา แบบนั้น มันไม่เกี่ยวกับยาแล้ว มันเกี่ยวกับ คุณนั่นแหละค่ะ น่ะ :')
7. ยาที่จะแนะนำก็พวก ที่ร้านผิวหนังทั่ว ๆ ไปแนะนำนี่แหละ ราคาก็ไม่ต้องสูง มากหรอก กลาง ๆ หลอดนึงสามสี่ร้อย ยกตัวอย่างเช่น sca gel , mederma , ella scar gel , sca esthetique , smoothE , Hirudoid ฯลฯ จะบอกว่า ใช้ได้หมด ทาแม่มทุก ๆ ครั้งที่คิดถึงแผล อยากแผลหายก็แม่ง ทาแบบคิดถึงคนรักอ่ะ ทาถู ทาถู คลึง ๆๆ นวด ๆๆ ดังนั้น ไม่มียาตายตัวที่เราจะบอกได้ว่า ยี่ห้อไหนดีสุด ? เครน่ะ 555
8. ทาไปประมาณ 3-4 เดือนดูการเปลี่ยนแปลงค่ะ ไม่หายไม่จาง ให้มาเตะเลย !!!*
9. ถ้าหายไม่เกลี้ยง ไปหาหมอเลเซอร์ก็ได้ แต่สำหรับแนนตอนแรกจะเลเซอร์ แต่แพงเกินไม่เลเซอร์ ไปซื้อยามาทา ก็หายน่ะ ดูได้จากรูปนั่นแหละ แล้วก็พวกรอยดำ ๆ อย่าไปกลัว นวัตกรรมเดี๋ยวนี้ แม่ม เก่ง ขนาดคนผิวดำ อยากขาว ยังมีกลูต้า คนขาวอยากผิวดำ ยังมี ครีมท

าผิวแทน bodytone reveal ลองไปหาซะ มันทาแล้วช่วยลดเมลานินผิว สำหรับวิธีนี้ แผลคุณ ต้องเวลาผ่านไป 1 ปี (ต่ำๆ) ไม่ใช่อยากทาก็แม่มทา ไม่ได้น่ะค่ะ 
10.มีอีกอัน คนข้างบ้านแนะนำมาเป็นป้าแก่ ๆ เค้าให้เอา พวกสมุนไพรทา ทุกทีที่คิดถึงแผลเช่นกัน แนะนำ ... ว่านหางจระเข้ และ ขมิ้น ... ไม่รู้อ่ะ บอกแล้ว ทำหมดแหละใครแนะนำ นี่ก็เหมือนกัน คิดถึงแผลทุกทีก็จะหยิบสมุนไพรมาโบก ๆ เช่นกัน 



ภาพ ณ ปัจจุบันน่ะค่ะ :'))
ขอบคุณทุกกำลังใจมากในตอนนั้นน่ะค่ะ 





วอนช่วยเหลือพี่ที่ต้องรับการรักษาจากเหตุการณ์ระเบิดด้วยน่ะค่ะ
ใครพอมีปัจจัยสนับสนุนได้ช่วยกันน่ะค่ะ พี่เค้าลำบากมาก

ช่วยกันคนละนิดคนละหน่อย น้ำใจไทย :')
พี่กาญต้องผ่าตัดและกายภาพอีกหลายรอบ ยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย อยากให้พี่เค้าหายไวไว 


ช่วยเหลือ ..
นางสาวสุกัญญา บุญพร้อม (กาญ)
ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB
หมายเลขบัญชี 895-204-9750
เบอร์โทรศัพท์ 089-6587427

โทรไปหาพี่กาญได้ พี่เค้าเหงาๆอยู่บ้านคนเดียวตลอด ให้กำลังใจกันน่ะ
หมายเหตุ : เหตการณ์ระเบิดลีกาเด้นส์ หาดใหญ่ 31 มีนาคม 2555 

ข่าว : http://bit.ly/ZIG3DH





ข่าว : http://bit.ly/ZIG3DH



http://www.facebook.com/photo.php?fbid=652484348102429&set=a.653386854678845.1073741825.1000002260807


อ้างอิง
http://www.jeban.com


ตัวอย่างสินค้า